จำเอาไว้..สิ่งที่เราเห็นเป็นเพียง 10 เปอร์เซ็นต์ ของสิ่งที่เป็นอยู่

จำไว้ว่า ” สิ่งที่เราเห็นเป็นเพียง 10 เปอร์เซ็นต์ ของสิ่งที่เป็นอยู่ “

การที่คนเราอิจฉาก็เพราะคิดว่าสิ่งดีๆ
ที่เราเห็นในชีวิตคนอื่นนั้น
คือสิ่งที่เป็นอยู่ทั้งหมด
แต่ความคิดนี้ผิดมหันต์เลยครับ
เพราะด้านที่อัปลักษณ์ มืดมน
และทุกข์ระทมที่สุดของมนุษย์คนหนึ่ง
ก็คือด้านที่เราไม่เคยรับรู้นั่นเอง

เราอาจอิจฉาชีวิตที่ดูสมบูรณ์แบบของไทเกอร์ วู้ดส์
แต่ใครจะรู้ครับว่าจริงๆ แล้ว
เขาเป็นหนุ่มติดเซ็กซ์
ที่ไม่สามารถควบคุมพลังความลุ่มหลงของตัวเองไว้ได้
เราอาจอิจฉา สตีฟ จ็อบส์
ที่เขาประสบความสำเร็จระดับโลก
แต่การทำงานหามรุ่งหามค่ำของเขา
ก็ต้องแลกมาด้วยโรคมะเร็งตับอ่อน
ที่ทำให้เขาต้องทุกข์ทรมานแสนสาหัส
และคร่าชีวิตเขาไปตั้งแต่อายุ 56 ปี
เราอาจอิจฉาความดังของ บริทนีย์ สเปียร์ส
แต่ผมเคยดูเทปสัมภาษณ์
ที่เธอนั่งร้องไห้ตาบวมแล้วบอกว่า
“ถ้าขอพรได้ข้อหนึ่ง ฉันขอเป็นคนธรรมดา”

แม้แต่นักเขียนระดับโลกอย่าง เออร์เนสต์ เฮมิงเวย์
ก็มีปัญหาส่วนตัวที่สุดท้ายแล้ว
ทำให้เขาตัดสินใจยิงตัวตายอย่างน่าอนาถ
ดูเหมือนว่ารางวัลโนเบลอันทรงเกียรติที่เขาได้มา
จะไม่ได้ช่วยชีวิตเขาเอาไว้
จากความทุกข์ระทมเลยแม้แต่น้อย

ตั้งแต่ไมเคิล แจ๊คสัน ยันวิทนีย์ ฮิวสตัน
ไม่มีมนุษย์คนใดหรอกครับที่จะมีแต่ความสุข
คนทุกคนมีความทุกข์เป็นสมบัติส่วนตัวกันทั้งนั้น
และคนส่วนใหญ่ก็มักจะเก็บความทุกข์นั้นไว้ใน
“เซฟจิตใจ”
ไม่ยอมเปิดเผยให้ใครรู้
สิ่งที่คุณเห็นในชีวิตของคนที่คุณอิจฉานั้น
เป็นแค่ห่อของขวัญ
แต่ข้างในห่อสวยนั้นไม่มีใครรู้ได้เลยว่า
มีสิ่งใดถูกซุกซ่อนเอาไว้บ้าง
ไม่ว่าจะเป็นความทุกข์ระทม
ความเหนื่อยล้า ความเบื่อหน่าย
หรือแม้แต่ความอิจฉาเอง!

ฉะนั้น อย่าปล่อยให้ภาพลวงตา
จากความสุขในชีวิตคนอื่น
มาขโมยความสุขที่แท้จริง
ไปจากชีวิตของเราเลยครับ
ลองเรียนรู้ที่จะรักใน “สิ่งที่มี”
และหมั่นสร้าง “ชีวิตที่ดี”
จากสิ่งที่มีอยู่แล้วรอบตัวเราดีกว่า…

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *